คำถามที่พบบ่อย

คำถาม SLE
ข้อความ ผมได้รู้จักรุ่นพี่คนนึง เป็น SLE มาเป็นเวลาเกือบสิบปีแล้ว ปัจจุบันเป็น overlapping syndrome คือมีอาการร่วมของ Gout, Scleroderma, และ SLE เขากินยา Hydroxycloroquine sulfate จำนวน 6 เม็ด แต่แอบลดยาเองเหลือ 3 เม็ด เพราะคิดว่าเกิด side effects ผมก็รู้สึกสงสารเขามาก จึงมาขอคำแนะนำทางนี้ แต่ก็ได้ให้แพทย์ซึ่งรู้จักกันอธิบายโรคให้เขาฟังมากขึ้นเขาก็เชื่อดี ทั้งนี้กำลังใจของเขาก็ค่อนข้างดี แต่เขาไม่สามารถต่อสู้กับโรคได้ เท่าที่เห็นมานิ้วมือของเขาเริ่มมีความผิดปรกติ งอ และหดสั้น ซึ่งเขาบอกว่า scleroderma ที่เขาเป็นอยู่ในระยะที่สาม นอกจากนี้ยังมีเชื้อราเกาะที่บริเวณปอดด้วย 
ชื่อ วี 
คำตอบ

ปกติขนาดยา hydroxychloroquine จะทานวันล1-2 เม็ดต่อวัน ผลข้างเคียงที่สำคัญคือทำให้จอประสาทตาเสื่อมทำให้ตาบอดได้ถ้าใชขนาดที่สูงกว่านี้ โดยทั่วไปพบน้อยมากในขนาดการรักษาขนาดนี้และจะเกิดก็ต่อเมื่อกินยาติดต่อกันหลายปี แพทย์ผู้ดูแลจึกมักจะส่งตรวจตาประมาณปีละครั้ง บางท่านอาจจะครึ่งปีครั้ง ซึ่งเมื่อตรวจพบในระยะแรก การหยุดยาจะดีขึ้นเอง  แต่ผลข้างเคียงที่พบบ่อยแต่ไม่รุนแรงได้แก่ ผิวคล้ำ จึงมักให้หลีกเลี่ยงแดด การนวดถูตัว ผลข้างเคียงๆอื่นๆได้แก่ คลื่นไส้ ไม่สบายท้อง อาเจียน แต่ยาไม่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร

แพทย์นำมาใช้รักษาโรค SLE , sclerderma (โรคหนังแข็ง) , ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ฯลฯ

สำหรับโรคหนังแข็งนั้น เป็นโรคระบบภูมิไวเกินอย่างหนึ่ง ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ข้อสันนิฐานว่าอาจจะเกิดจาก กลุ่มสารเคมีบางอย่าง ยาบางตัว และพันธุกรรม ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่มีการนำยามาใช้รักษาได้แก่ ยาhydroxychloroquine ,ยาแอสไพริน ยาทำให้หลอดเลือดขยายตัว ยา colchicine แพทย์มักแนะนำให้อยู่ในที่อบอุ่น โรคกลุ่มนี้มักมีปํญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่นการย่อยอาหารไม่ดี การดูดซึมไม่ดี และที่พบบ่อยคือ หูรูดหลอดอาหารกับกระเพาะอาหารไม่ดี ทำให้กรดจากกระเพาะอาหารขย้อนมาที่หลอดอาหาร เกิดอาการแสบร้อนหน้าอก หรือหลอดอาหารเป็นแผล จึงมักแนะนำให้กินอาหารย่อยง่าย กินอาหารพออิ่ม กินอาหารแล้วต้องนั่งหรือเดินไปมา รออาหารย่อยก่อน

สำหรับผิวหนังนั้น โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นแต่ต้องใช้เวลา ระหว่างนี้อาจจะนวดเบาๆ หรือบริหารข้อ ฝึกกำเหยียดที่ข้อจะช่วยได้มาก และระวังอย่าให้เกิดแผลที่ผิวหนังเพราะจะหายยากมาก

                                                                                                                                         สูงชัย

คำตอบ

ปกติขนาดยา hydroxychloroquine จะทานวันล1-2 เม็ดต่อวัน ผลข้างเคียงที่สำคัญคือทำให้จอประสาทตาเสื่อมทำให้ตาบอดได้ถ้าใชขนาดที่สูงกว่านี้ โดยทั่วไปพบน้อยมากในขนาดการรักษาขนาดนี้และจะเกิดก็ต่อเมื่อกินยาติดต่อกันหลายปี แพทย์ผู้ดูแลจึกมักจะส่งตรวจตาประมาณปีละครั้ง บางท่านอาจจะครึ่งปีครั้ง ซึ่งเมื่อตรวจพบในระยะแรก การหยุดยาจะดีขึ้นเอง  แต่ผลข้างเคียงที่พบบ่อยแต่ไม่รุนแรงได้แก่ ผิวคล้ำ จึงมักให้หลีกเลี่ยงแดด การนวดถูตัว ผลข้างเคียงๆอื่นๆได้แก่ คลื่นไส้ ไม่สบายท้อง อาเจียน แต่ยาไม่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร

แพทย์นำมาใช้รักษาโรค SLE , sclerderma (โรคหนังแข็ง) , ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ฯลฯ

สำหรับโรคหนังแข็งนั้น เป็นโรคระบบภูมิไวเกินอย่างหนึ่ง ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ข้อสันนิฐานว่าอาจจะเกิดจาก กลุ่มสารเคมีบางอย่าง ยาบางตัว และพันธุกรรม ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่มีการนำยามาใช้รักษาได้แก่ ยาhydroxychloroquine ,ยาแอสไพริน ยาทำให้หลอดเลือดขยายตัว ยา colchicine แพทย์มักแนะนำให้อยู่ในที่อบอุ่น โรคกลุ่มนี้มักมีปํญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่นการย่อยอาหารไม่ดี การดูดซึมไม่ดี และที่พบบ่อยคือ หูรูดหลอดอาหารกับกระเพาะอาหารไม่ดี ทำให้กรดจากกระเพาะอาหารขย้อนมาที่หลอดอาหาร เกิดอาการแสบร้อนหน้าอก หรือหลอดอาหารเป็นแผล จึงมักแนะนำให้กินอาหารย่อยง่าย กินอาหารพออิ่ม กินอาหารแล้วต้องนั่งหรือเดินไปมา รออาหารย่อยก่อน

สำหรับผิวหนังนั้น โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นแต่ต้องใช้เวลา ระหว่างนี้อาจจะนวดเบาๆ หรือบริหารข้อ ฝึกกำเหยียดที่ข้อจะช่วยได้มาก และระวังอย่าให้เกิดแผลที่ผิวหนังเพราะจะหายยากมาก

                                                                                                                                         สูงชัย